|
ผมได้อ่านบทความของ ป.พิพัฒน์ฯจากเวปกลุ่มเพื่อนข้าราชการส่วนท้องถิ่น เกี่ยวกับการสอบของ ผดด. เห็นว่ามีประโยชน์ จึงขออนุญาตนำมาเผยแพร่ต่อ ดังนี้ครับ...
เสียงสะท้อน...การสอบคัดเลือกกรณีมีเหตุพิเศษโดยไม่ต้องสอบแข่งขัน ช่วงนี้เทศบาลและอบต.ทั่วประเทศกำลังยุ่ง ๆ อยู่กับการดำเนินการสอบคัดเลือกกรณีมีเหตุพิเศษไม่ต้องสอบแข่งขันสำหรับตำแหน่งครูผู้ดูแลเด็ก เพื่อบรรจุและแต่งตั้งเป็นพนักงานครูเทศบาล และพนักงานครูอบต. ท่ามกลางกระแสวิพากษ์วิจารณ์ค่อนข้างแรงจากหลายฝ่ายที่เคลือบแคลงสงสัยในการสอบคัดเลือกในครั้งนี้ ประเด็นแรก กลุ่มผู้มีสิทธิ์เข้ารับการสอบคัดเลือก คือ ผู้ดูแลเด็กฯ ที่มีการเจาะจงลงไปว่า ต้องเป็น ผดด.ในอบต.นั้น ๆ เท่านั้น และต้องมีคุณสมบัติที่ค่อนข้างระบุชัดเหมือนเป็นการล็อคสเปกล็อคตัวบุคคลไปเรียบร้อยแล้วว่า คนโน้นคนนี้ต้องได้เป็นข้าราชการส่วนท้องถิ่น ในตำแหน่ง ครูผู้ดูแลเด็ก แน่นอน และส่วนใหญ่เป็นผู้จบการศึกษาจากมหาวิทยาลัยราชภัฎแห่งหนึ่งที่กรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่นได้ทำ MOU ในการมอบหมายให้มหาวิทยาลัยราชภัฎแห่งนี้ดำเนินการเปิดหลักสูตรสำหรับ ผดด.เป็นการเฉพาะโดยให้อปท.ส่ง ผดด.เข้าเรียนในมหาวิทยาลัยราชภัฎแห่งนี้ เสมือนผูกขาดแห่งเดียว ทำให้เกิดเสียงครหาจากกลุ่มพนักงานจ้างตามภารกิจในตำแหน่งอื่น ๆ และลูกจ้างประจำ อปท.ที่ทำงานให้กับเทศบาลและอบต.มาเป็นระยะเวลานานว่า ทำไมกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่นถึงได้ลำเอียงขนาดนั้น และเกิดการเรียกร้องให้กรมส่งเสริมฯได้พิจารณาให้มีการสอบคัดเลือกกรณีเดียวกันกับการสอบคัดเลือก ครูดูแลเด็ก สำหรับตำแหน่งอื่น ๆ ด้วย
ประเด็นต่อมาหน่วยงานผู้ดำเนินการสอบและคณะกรรมการสอบคัดเลือก มีการส่งเสียงที่อาจไม่ค่อยดังนักสำหรับ ผดด.ในสังกัดเทศบาลและอบต.ที่มีคุณสมบัติหลายคนแต่ได้รับการจัดสรรอัตราเพียง ๑ หรือ ๒ อัตราเท่านั้นในทำนองต้องการให้ กรมส่งเสริมฯเป็นหน่วยงานดำเนินการสอบคัดเลือกเอง เพราะหวั่นไหวว่า การดำเนินการสอบของคณะกรรมการที่อบต./เทศบาลตั้งขึ้นมานั้น ไม่น่าจะโปร่งใส หรือดำเนินการอย่างบริสุทธิ์ ยุติธรรม อาจทำให้พวกเขาไม่ได้รับความเป็นธรรมหรืออาจเกิดการล็อบบี้หรือการใช้เงินใช้ทองดังที่เป็นข่าวในสื่อมวลชนอยู่ในขณะนี้ สำหรับองค์ประกอบของคณะกรรมการสอบคัดเลือก ประกอบด้วย ผู้ทรงคุณวุฒิใน ก.จังหวัด เป็นประธาน ซึ่งเป็นบุคคลที่ ก.จังหวัดแต่งตั้ง อีก ๕ รายมาจากการทาบทามของอบต.หรือเทศบาล ได้แก่ ผู้ทรงคุณวุฒิด้านการศึกษา ๒ คน ผู้บริหารสถานศึกษา ๒ คน ผู้อำนวยการกอง/ผู้อำนวยการสำนักการศึกษา ๑ คน และให้พนักงานเทศบาล/พนักงานอบต.ในสำนัก/กองการศึกษา เป็นเลขานุการ หลายคนอาจมองว่า องค์ประกอบนี้น่าจะเหมาะสมและเป็นธรรมที่สุด เพราะไม่มีผู้บริหารของอบต.หรือเทศบาล เป็นกรรมการสอบคัดเลือกในครั้งนี้ด้วย ในมุมมองผมก็คิดไว้เช่นนั้น แต่มีเสียงที่ไม่เห็นด้วยกลับมองว่า ในทางทฤษฎีอาจดูเป็นธรรม แต่ในทางปฏิบัติเรา ๆ ท่าน ๆ ต่างก็รู้กันดีว่า ผู้บริหารท้องถิ่นไม่จำเป็นต้องลงมือเอง แต่สามารถดำเนินการผ่านผู้ที่ผู้บริหารท้องถิ่นทาบทามแต่งตั้งเป็นกรรมการชุดดังกล่าวได้อยู่แล้ว ผมจึงถึงบางอ้อ ว่า อืมเป็นไปได้ครับ ฉะนั้น จึงเป็นที่มาของลาภก้อนใหญ่ที่กรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่นมอบให้ผู้บริหารท้องถิ่น(บางคน)ที่มองเห็นช่องทางหาเงินได้เป็นกอบเป็นกำโดยไม่ต้องง้อผู้รับเหมาก่อสร้างให้เสียเวลาล่ำเวลา ใช้ช่องทางนี้ย่อมได้เงินก้อนโตโดยง่ายดายครับ ทั้งนี้ ผมเชื่ออย่างบริสุทธิ์ใจว่า กรมส่งเสริมฯก็ไม่ได้คาดคิดว่า การจัดสรรตำแหน่ง ครูผู้ดูแลเด็ก ในครั้งนี้ จะเป็นการเปิดช่องทางให้ผู้บริหารท้องถิ่น(บางคน)แสวงหาผลประโยชน์ได้ แต่ในเมื่อแก้ไขในขบวนการสอบคัดเลือกไม่ได้แล้ว ทางเดียวที่กรมส่งเสริมฯจะทำได้ตอนนี้ก็คือ ประสาน ป.ป.ช. / ป.ป.ท. ในการช่วยสอดส่องพฤติกรรมของผู้บริหารท้องถิ่นที่ผู้เข้าสอบคัดเลือกได้แจ้งข้อมูลมาให้ทางกรมส่งเสริมฯ และดำเนินการอย่างรวดเร็วเมื่อได้รับแจ้งไม่ว่าการดำเนินการทางด้านการเมืองโดยให้พ้นจากตำแหน่ง และทางอาญาที่จะต้องนำผู้บริหารท้องถิ่น(บางคน)ที่ใช้ช่องทางนี้ทำมาหากินบนหลังคนเข้าคุกตะรางเพื่อมิให้เป็นเยี่ยงอย่างแก่คนอื่น ๆ ได้ มิใช่ปล่อยปละไปตามยถากรรมของแต่ละแห่งโดยไม่สนใจเหมือนดังที่ผ่านมา
ประเด็นการสอบคัดเลือกกรณีมีเหตุพิเศษไม่ต้องสอบแข่งขันเพื่อบรรจุแต่งตั้งเป็นพนักงานเทศบาลหรือพนักงานส่วนตำบลนั้น ส่วนตัวแล้วสนับสนุนให้มีการสอบครับ เพราะอย่างน้อยคนที่เคยทำงานมาด้านนี้มาก่อนไม่น้อยกว่า ๓ ปี หรือ ๕ ปีนั้นย่อมไม่ใช่มีแต่ความรู้อย่างเดียวแต่มีทักษะและประสบการณ์ในการทำหน้าที่นั้น ๆ เป็นอย่างดีหรือค่อนข้างดีด้วย ผิดกับที่เราสอบแข่งขันบุคคลภายนอกเข้ารับราชการ ที่เราอาจได้คนที่มีความรู้และอาจต้องใช้เวลาอีกหลายปีกว่าคนเหล่านั้นจะมีทักษะเพียงพอที่จะทำงานได้ตามที่ผู้บริหารท้องถิ่นต้องการ เพียงแต่การสอบคัดเลือกกรณีมีเหตุพิเศษในทำนองนี้ กรมส่งเสริมฯหรือก.กลางควรกำหนดให้มีการสอบคัดเลือกในตำแหน่งอื่น ๆ ด้วย ไม่จำกัดเฉพาะแต่ตำแหน่ง ครูดูแลเด็กเท่านั้น เช่น ตำแหน่งที่กำลังขาดแคลนในปัจจุบัน อาทิ เจ้าหน้าที่การเงินและบัญชี เจ้าหน้าที่พัสดุ เจ้าหน้าที่ธุรการ เจ้าพนักงานสุขาภิบาล ช่างโยธา นายช่างโยธา ช่างไฟฟ้า เป็นต้น สาเหตุหนึ่งมาจากการที่พนักงานเทศบาล/พนักงานส่วนตำบลในตำแหน่งเหล่านั้น ได้มีการสอบเปลี่ยนสายงานในตำแหน่งที่สูงขึ้นไปหมดแล้วในรอบสอง – สามปีที่ผ่านมา ทำให้อบต./เทศบาลขาดแคลนตำแหน่งเหล่านี้มากพอสมควร แต่ครั้นจะเปิดรับเข้ามาใหม่ก็จะเกิดผลกระทบต่อรายได้/รายจ่ายของท้องถิ่นที่เพิ่มสูงขึ้น เพราะยังมีลูกจ้างประจำและพนักงานจ้างที่ทำหน้าที่เหล่านี้อยู่ไม่น้อย ดังนั้น หากกรมส่งเสริมฯและก.กลางจะกำหนดหลักเกณฑ์ขึ้นมาเพื่อให้อบต.หรือเทศบาลสามารถสอบคัดเลือกกรณีพิเศษในตำแหน่งที่ขาดแคลนโดยกำหนดเงื่อนไขเกี่ยวกับอายุงานของผู้มีสิทธิ์เข้าสอบคัดเลือกก็จะสามารถแก้ไขปัญหาได้ถึง ๒ เรื่องพร้อม ๆ กัน นั่นก็คือ การแก้ไขปัญหาการขาดแคลนบุคลากรและแก้ไขปัญหาด้านรายจ่ายไปพร้อม ๆ กัน ทั้งนี้ อาจมีเงื่อนไขกำกับไว้ว่า เมื่ออบต./เทศบาล มีการกำหนดตำแหน่งดังกล่าวและสามารถสอบคัดเลือกได้แล้ว ให้ยุบตำแหน่งของผู้ที่สอบคัดเลือกได้และจะกำหนดตำแหน่งดังกล่าวอีกไม่ได้ ก็จะทำให้บุคลากรของท้องถิ่นมีขวัญกำลังใจอย่างมากที่เดียวครับ ก็ฝากไปยัง ปลัดเทศบาล/ปลัดอบต. ผู้แทนในก.อบต.และ ก.เทศบาล (ก.กลาง) ได้ร่วมกันพิจารณาเสนอต่อฝ่ายเลขานุการก.กลางด้วยนะครับ
|